มูลนิธิชัยพัฒนา มอบสิ่งของพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ครอบครัวกำลังพลทหารที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันนี้ (23 ก.ย. 2569) เวลา 14.40 น. ณ บ้านเลขที่ 27 หมู่ 1 ตำบลสำพะเนียง อำเภอบ้านแพรก จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายลลิต ถนอมสิงห์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่ครอบครัวของจ่าสิบเอกดำรงเกียรติ แก้วกระจ่าง โดยมี พันโท วิทยา ปัตตาเทสิง ผู้บังคับกองพันจู่โจม กล่าวรายงาน
โอกาสนี้ นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายณรงค์ศักดิ์ ศรีสวัสดิ์ นายอำเภอบ้านแพรก, พันเอก กัมพล เทียนทองดี รองผู้บังคับการกรมรบพิเศษที่ 3, พันตำรวจเอก ชนะ ธีรศรันยานนท์, พันโท วิทยา ปัตตาเทสิง ผู้บังคับกองพันจู่โจม, นายสมจิตร แย้มเยื้อน นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแพรก, พันเอก ปิยะพงษ์ พันธ์สนิท รองเสนาธิการกองพลรบพิเศษที่ 1 และพันเอก ปกรณ์ เปลี่ยนรังสี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดจนเจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่วนราชการในพื้นที่ ร่วมให้การต้อนรับและเข้าร่วมในพิธี
จ่าสิบเอกดำรงเกียรติ แก้วกระจ่าง อายุ 37 ปี ตำแหน่งพนักงานวิทยุ หน.ส่วน (โจมตี, ระวังป้องกัน) ชุด จจ.มว.จจ.ร้อย.จจ.พัน.จจ เป็นกำลังพลผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ จากเหตุการณ์ปะทะบริเวณเนิน 677 ช่องอานม้า ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา จังหวัดอุบลราชธานี นับเป็นการสูญเสียกำลังพลผู้กล้าหาญและเสียสละอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ การจากไปของจ่าสิบเอกดำรงเกียรติ ไม่เพียงเป็นการสูญเสียของกองทัพและประเทศชาติ หากยังเป็นการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัว ผู้เป็นกำลังใจและความภาคภูมิใจของคนในบ้าน
ตลอดการปฏิบัติหน้าที่ จ่าสิบเอกดำรงเกียรติได้ทำหน้าที่ของทหารอย่างเต็มกำลัง เพื่อปกป้องผืนแผ่นดินและอธิปไตยของชาติ จนวาระสุดท้ายของชีวิต แม้วันนี้จะไม่มีโอกาสได้กลับมาอยู่เคียงข้างครอบครัวอีกแล้ว แต่ความเสียสละและความกล้าหาญของทหารกล้านายนี้จะยังคงเป็นความทรงจำและความภาคภูมิใจของครอบครัว รวมถึงเป็นเกียรติประวัติที่ควรค่าแก่การจดจำของผู้ที่ได้ทำหน้าที่เพื่อแผ่นดิน
การได้รับพระราชทานสิ่งของในครั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ในช่วงเดือนกรกฎาคม–ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงติดตามสถานการณ์ด้วยความห่วงใยต่อความเป็นอยู่ของราษฎรและกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งพระราชทานขวัญ กำลังใจ และความช่วยเหลือมาโดยตลอด แม้ในปัจจุบันสถานการณ์จะคลี่คลายลงแล้ว แต่ด้วยพระเมตตาและความห่วงใยมิได้เสื่อมคลาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานสิ่งของแก่ครอบครัวกำลังพลในครั้งนี้ สร้างความซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่กำลังพลและครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้
สิ่งของพระราชทานในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นความช่วยเหลือแก่ครอบครัวของกำลังพลผู้เสียสละแล้ว ยังนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อครอบครัวของทหารกล้า เป็นขวัญและกำลังใจแก่ผู้ที่ยังคงอยู่เบื้องหลังการปฏิบัติหน้าที่ของผู้เสียสละ เพื่อให้ครอบครัวได้รับรู้ว่า ความเสียสละของบุคคลอันเป็นที่รักมิได้ถูกลืมเลือน และคุณความดีที่ได้อุทิศเพื่อชาติจะยังคงได้รับการยกย่องและจดจำสืบไป
#สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา