อยุธยาร่วมถอดบทเรียน “พ้นภัย” สภากาชาดไทย ยกระดับช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางประสบภัย
วันที่ 14 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ที่โรงแรม RUS Hotel & Convention Ayutthaya อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย จัดโครงการถอดบทเรียนและทบทวนการใช้งานระบบ “พ้นภัย” เพื่อสนับสนุนชุดธารน้ำใจสำหรับกลุ่มเปราะบางในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวต้อนรับคณะผู้จัดงานและผู้เข้าร่วมอบรม
โอกาสนี้ เภสัชกรหญิงสุมาลิน ศีลพิพัฒน์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย กล่าวรายงาน โดยมี แพทย์หญิงกานดา ลิมิตเลาหพันธุ์ รักษาการในตำแหน่งผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักงานบรรเทาทุกข์ฯ เป็นประธานเปิดการอบรม
เภสัชกรหญิงสุมาลิน กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2563 สภากาชาดไทยร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงมหาดไทย กำหนดให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) สำรวจกลุ่มเปราะบาง 3 กลุ่ม ได้แก่ ผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง พร้อมบันทึกข้อมูลที่จำเป็นและพิกัด GPS ผ่านแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” ปัจจุบันมีการปักหมุดพิกัดกลุ่มผู้เปราะบางแล้วมากกว่า 604,000 คน
สภากาชาดไทยจึงพัฒนารูปแบบการช่วยเหลือจากชุดธารน้ำใจแบบมาตรฐาน มาเป็น “โครงการชุดธารน้ำใจสำหรับกลุ่มผู้เปราะบางที่ประสบภัยพิบัติ” เพื่อให้ความช่วยเหลือสอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของแต่ละบุคคล โดยนำร่องใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย อุบลราชธานี พระนครศรีอยุธยา และสงขลา สำหรับกลุ่มเปราะบางที่มีข้อมูลปักหมุดในระบบ “พ้นภัย” มาแล้วไม่น้อยกว่า 1 เดือน และอาศัยอยู่ในพื้นที่ประสบภัย สามารถเลือกสิ่งของที่ตรงกับความจำเป็นของตนเอง โดยมี อสม. ช่วยดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ภายใต้วงเงินช่วยเหลือไม่เกินรายละ 1,500 บาท ก่อนจัดส่งสิ่งของไปยังโรงพยาบาลอำเภอ หรือให้ อสม. และผู้รับมอบอำนาจนำส่งถึงบ้าน
ด้าน แพทย์หญิงกานดา กล่าวว่า สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทยให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบริษัท อินฟราพลัส จำกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน “พ้นภัย” เพื่อสนับสนุนการแจ้งเหตุและขอรับความช่วยเหลือจากประชาชน ขณะที่สภากาชาดไทยสามารถจัดส่งชุดธารน้ำใจเข้าสู่พื้นที่และแจกจ่ายได้ภายในประมาณ 24–48 ชั่วโมง
สำหรับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่อง ได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ “ชุดธารน้ำใจสำหรับกลุ่มผู้เปราะบางที่ประสบภัยพิบัติ” แล้วจำนวน 15 ชุด จากเหตุอุทกภัยและวาตภัย สะท้อนการนำระบบไปใช้ในการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์จริง
การจัดโครงการครั้งนี้เปิดโอกาสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมถอดบทเรียนจากการใช้งานระบบ “พ้นภัย” สะท้อนปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะ และแนวปฏิบัติจากการดำเนินงาน เพื่อนำข้อมูลไปพัฒนาระบบและรูปแบบการช่วยเหลือให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถส่งต่อสิ่งของที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและความจำเป็นของกลุ่มเปราะบางได้อย่างรวดเร็ว ตรงความต้องการ และทั่วถึงต่อไป