วิทยาลัยพระธรรมทูต มจร. จัดประชุมสัมมนาพระธรรมทูตสายต่างประเทศ 5 ทวีป และพระธรรมทูตนานาชาติ เสริมพลังเครือข่ายคณะสงฆ์ไทยทั่วโลก สืบสานการเผยแผ่พระพุทธศาสนาอย่างยั่งยืน
วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เวลา 08.00 น. ณ หอประชุม มวก. 48 พรรษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วิทยาลัยพระธรรมทูตและกองวิเทศสัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และองค์กรความร่วมมือในต่างประเทศ จัดโครงการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการพระธรรมทูตสายต่างประเทศ 5 ทวีป และพระธรรมทูตนานาชาติ ระหว่างวันที่ 1 – 2 มิถุนายน 2569 โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.)
โดยมี พระพรหมโมลี กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และนายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ พร้อมด้วยพระมหาเถระ พระธรรมทูตสายต่างประเทศจาก 5 ทวีป พระธรรมทูตนานาชาติ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายจากทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
การประชุมสัมมนาครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีรวมพลังพระธรรมทูตไทยจากทั่วโลกในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ และแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมโลกในปัจจุบัน ตลอดจนสร้างความเข้มแข็งของเครือข่ายพระธรรมทูตในแต่ละภูมิภาค ให้สามารถปฏิบัติศาสนกิจและสืบทอดพระพุทธศาสนาในต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
จากคำกล่าวถวายรายงานระบุว่า มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยร่วมกับสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ได้ดำเนินการอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2538 จนถึงปัจจุบัน รวม 31 รุ่น มีพระธรรมทูตผ่านการอบรมและออกไปปฏิบัติหน้าที่เผยแผ่พระพุทธศาสนาในนานาประเทศทั่วโลกแล้วจำนวน 2,719 รูป นับเป็นกำลังสำคัญของคณะสงฆ์ไทยในการธำรงรักษา เผยแผ่ และสืบทอดพระพุทธศาสนาให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ
การจัดงานครั้งนี้ยังนับเป็นครั้งแรกที่มีการรวมพระธรรมทูตสายต่างประเทศจากทั้ง 5 ทวีป และพระธรรมทูตนานาชาติในประเทศไทยไว้ในเวทีเดียวกัน เพื่อร่วมกันถอดบทเรียน แลกเปลี่ยนประสบการณ์การทำงาน และกำหนดทิศทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศให้เป็นเอกภาพ สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก พร้อมทั้งส่งเสริมบทบาทของคณะสงฆ์ในการนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาเป็นพลังในการพัฒนาสังคม สร้างความเมตตา เอื้อเฟื้อเกื้อกูล และความสงบสุขแก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีพิธีเปิดนิทรรศการผลงานพระนักสื่อสารสังคม การมอบรางวัลพระนักสื่อสารสังคม การนำเสนอผลงานวิจัยและชุดองค์ความรู้ด้านพระพุทธศาสนา ตลอดจนการบรรยายและเสวนาวิชาการเกี่ยวกับทิศทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพพระธรรมทูตและขยายเครือข่ายการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไทยสู่สังคมโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนสืบไป