จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายถนนวงแหวนรอบนอก กทม. รอบที่ 3 (ด้านตะวันออก)
วันนี้ (11 พฤษภาคม 2569) เวลา 13.30 น. ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอวังน้อย ตำบลลำตาไทร อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายจักรประพันธ์ ป้อมศรี ปลัดอาวุโสอำเภอวังน้อย เป็นประธานการประชุมสรุปผลการศึกษาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 3) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร รอบที่ 3 (ด้านตะวันออก) ตอนแยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 32 – บรรจบทางหลวงหมายเลข 305 ส่วนที่ 2 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมประชุม
สำนักสำรวจและออกแบบ กรมทางหลวง ได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท โชติจินดา คอนซัลแตนท์ จำกัด บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแต้นส์ จำกัด และบริษัท เอ็นทิค จำกัด ดำเนินงานโครงการดังกล่าว พร้อมให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดำเนินโครงการ
ภายในที่ประชุม มีการนำเสนอข้อมูลความเป็นมาของโครงการ วัตถุประสงค์ของการศึกษา พื้นที่ศึกษาของโครงการ ผลการศึกษาด้านวิศวกรรม ผลการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงสรุปผลการประชาสัมพันธ์และการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยบริษัทที่ปรึกษา พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซักถาม และเสนอข้อคิดเห็นต่อผู้แทนกรมทางหลวงและบริษัทที่ปรึกษา เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการดำเนินโครงการต่อไป
พื้นที่สำรวจและออกแบบทางหลวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายถนนวงแหวนรอบนอก กทม. รอบที่ 3 (ด้านตะวันออก) ตอน แยกจุดตัดทางหลวงหมายเลข 32 - บรรจบทางหลวงหมายเลข 305 ส่วนที่ 2 มีจุดเริ่มต้นโครงการอยู่ที่บริเวณจุดตัดทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 6 (บางปะอิน - นครราชสีมา) ที่ตำบลโพสาวหาญ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมีจุดสิ้นสุดโครงการที่บริเวณจุดตัดทางหลวงหมายเลข 305 (รังสิต - นครนายก) ที่ตำบลบึงสนั่น อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี รวมระยะทางประมาณ 36 กิโลเมตร ในพื้นที่ศึกษา 500 เมตร จากกึ่งกลางแนวเส้นทาง โครงการอยู่ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสระบุรี และจังหวัดปทุมธานี 6 อำเภอ 12 ตำบล
โครงการดังกล่าวจะช่วยลดปัญหาความคับคั่งของการจราจรในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อันเกิดจากการเจริญเติบโตและการขยายตัวของเมืองที่ยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสริมสร้างความสมบูรณ์ของระบบโครงข่ายถนนในพื้นที่ปริมณฑล เพื่อลดปริมาณการจราจรที่ผ่านเข้า–ออกใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะรถบรรทุก อีกทั้งยังเป็นการกระจายความเจริญและการพัฒนาเชิงพาณิชย์สู่พื้นที่รอบนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะช่วยลดปริมาณการเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางเชื่อมโยงระหว่างภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น