ประธานมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้ เปิด กิจกรรม ค่ายประวัติศาสตร์ชาติไทย ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
วันนี้ (26 เมษายน 2569) เวลา 14.30 น. ณ ห้องประชุมอาคารศูนย์ภาษาและคอมพิวเตอร์ อาคาร 100 ปี มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ประธานมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีต้อนรับเยาวชน โครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 "เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน" โดยมีนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ชูสิทธิ์ ประดับเพ็ชร์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ คณะผู้บริหาร คณาจารย์ เจ้าหน้าที่ และนักศึกษา ร่วมให้การต้อนรับคณะ และจัดกิจกรรม “ค่ายประวัติศาสตร์ชาติไทย ” โดยมีเยาวชน จาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดสงขลา จังหวัดยะลา จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส จำนวน 320 คน เข้าร่วมกิจกรรม ระยะเวลาในการดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2569 แบ่งเป็นกิจกรรมในค่ายต่างๆ ที่กำหนด รวม 15 วัน และพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ 15 วัน
โดยภายในงานมีกิจกรรมเสวนา เรื่อง “ประวัติศาสตร์ชาติไทย” และเสวนา “พหุวัฒนธรรมความเป็นหนึ่งเดียวกัน” (เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน) โดยผู้แทน เยาวชนจาก 5 จังหวัดภาคใต้ ร่วมเสวนา เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจด้านศาสนาและสังคม พร้อมทั้งพิธีมอบของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมจาก 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
กิจกรรม “ค่ายประวัติศาสตร์ชาติไทย” ไม่เพียงแต่เป็นเวทีในการเรียนรู้เชิงประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการสร้างความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจในความเป็นไทย อันจะเป็นรากฐานสำคัญในการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขของคนในสังคม
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในคณะกรรมการโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 กิจกรรมในครั้งนี้มุ่งสร้างการเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์ชาติไทย ผ่านการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญ อาทิ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดไชยวัฒนาราม พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา พระราชวังโบราณ โบสถ์ยอเซฟ รวมถึงการเรียนรู้ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชุมชนท้องถิ่น เพื่อให้เยาวชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย
โครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2548 เป็นดำริของท่านพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐบุรุษ โครงการนี้เกิดขึ้นมาเพื่อที่จะนำเยาวชน อายุ 15-19 ปี มาเรียนรู้เรื่องพหุวัฒนธรรม ทัศนศึกษา และได้มาเข้าค่าย ได้ประสบการณ์ทักษะการอยู่ร่วมกันของคนที่ต่างศาสนาเป็นคนไทยด้วยกัน แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะนับถือศาสนาอิสลาม ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข และคอยเกื้อกูลสนับสนุนกันได้อย่างดี ซึ่งจะเป็นประสบการณ์นำกลับไปพัฒนาภูมิลำเนาของตนเอง
ปัจจุบันเยาวชนที่ผ่านโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” มีจำนวนกว่าหมื่นคน กระจายอยู่ตามสาขาอาชีพต่างๆ ในพื้นที่ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน และได้จัดตั้งเป็นสมาคมเยาวชนสานใจไทย สู่ใจใต้ ทำกิจกรรมร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่แสดงถึงการพัฒนา การสร้างเครือข่าย ก่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ต่อไป