ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังเข้มข้น 7 วันอันตราย มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายควบคู่การอำนวยความสะดวกประชาชน เดินหน้าลดความสูญเสียบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม

ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 เตรียมความพร้อมเฝ้าระวังเข้มข้น 7 วันอันตราย มุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายควบคู่การอำนวยความสะดวกประชาชน เดินหน้าลดความสูญเสียบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม

วันนี้ (10 เม.ย. 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมมหาธาต อาคาร 1 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เข้าร่วมรับชมและรับฟังพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 (ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์) พร้อมด้วย นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  นางปวีณา ทองสกุลพันธ์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยาองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยาประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด ณ ห้องประชุมกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย  นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.อ. สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปลัดกระทรวงมหาดไทย และคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธีเปิดโดยพร้อมเพรียงกัน

นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวรายงานในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 ว่า คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบแผนบูรณาการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ. 2569 โดยกำหนดให้มีการจัดตั้งศูนย์อำนวยการฯ เพื่อทำหน้าที่ติดตามและประเมินสถานการณ์ระหว่างวันที่ 11–17 เมษายน 2569 และกำหนดช่วงเฝ้าระวังเข้มข้น 7 วัน ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569 เพื่อบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ

ในการนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวในพิธีเปิดศูนย์อำนวยการฯ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนจิตอาสา ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้มีประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ หน่วยงานภาครัฐมีภารกิจสำคัญในการอำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ช่วงเวลาแห่งวันครอบครัวและวันผู้สูงอายุได้อย่างมีความสุข โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

สำหรับการดำเนินงานในปีนี้ ได้มีการปรับแนวทางการรณรงค์จาก “เมาไม่ขับ” เป็น “ดื่มไม่ขับ” เพื่อส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนน โดยผู้ขับขี่ต้องปราศจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยสิ้นเชิง ควบคู่กับการรณรงค์ให้ประชาชนเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด อาทิ การไม่ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ต้องสวมหมวกนิรภัย ทั้งนี้ รัฐบาลมีความมุ่งหวังให้เกิดความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืน โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางในการดำเนินงาน

นอกจากนี้ ในด้านการบริหารจัดการพลังงานและการคมนาคมขนส่ง เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันในปีนี้มีความผันผวน รัฐบาลจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางไปสู่วิถีใหม่ เช่น การเดินทางร่วมกัน (Carpool) ในกลุ่มบุคคลที่รู้จัก เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงาน ทั้งนี้ รัฐบาลขอยืนยันว่ามีปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงเพียงพอต่อความต้องการของประชาชนอย่างแน่นอน จึงไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนกหรือกักตุนสำรองน้ำมันแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ ได้กำชับให้หน่วยงานด้านการขนส่งสาธารณะเตรียมความพร้อมในการรองรับประชาชนที่คาดว่าจะใช้บริการเพิ่มมากขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

ในส่วนของการบริหารจัดการในระดับพื้นที่ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด เป็นผู้กำกับดูแลสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด ทั้งในด้านการบังคับใช้กฎหมายและการบริหารจัดการพลังงาน โดยหากสามารถควบคุมสถานการณ์ในจุดเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้ภาพรวมของประเทศบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขยังได้ยืนยันความพร้อมของบุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนในการให้บริการดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น
บทความที่น่าสนใจ