ปลาทูยังตรึงราคา ตลาดเจ้าพรหม อยุธยา ช่วยประชาชนเต็มที่ ชี้หากน้ำมันขึ้นต่อ อาจจำใจปรับราคา ขณะอาหารทะเลบางชนิดเริ่มขยับแล้ว
บรรยากาศการซื้อขายปลาทูภายในตลาดเจ้าพรหม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ยังคงเป็นไปอย่างคึกคัก แม้ในช่วงนี้ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะปลาทูที่ต้องลำเลียงมาจากแหล่งทะเลเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม พ่อค้าแม่ค้าภายในตลาดยังคงร่วมใจกัน ตรึงราคาขาย เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยปลาทูที่นำมาจำหน่ายมีหลายขนาด หลายราคา เริ่มตั้งแต่แพ็คละ 10 บาท ไปจนถึงสูงสุด 70 บาท และบางขนาดอาจมีราคาสูงถึง 100 บาท ขึ้นอยู่กับคุณภาพและขนาดของปลา
นาย นิวัฒน์ รู้รักษ์ พ่อค้าปลาทูภายในตลาด เปิดเผยว่า แม้ต้นทุนน้ำมันจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่ผู้ค้าทุกรายยังพยายามประคองราคา เพื่อให้ประชาชนยังสามารถซื้อบริโภคได้ตามปกติ แต่หากสถานการณ์ราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นอีก ก็มีโอกาสจำเป็นต้องปรับราคาสินค้าในอนาคต
ขณะที่แม่ค้ารายอื่น ๆ ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า การตรึงราคาในช่วงนี้เป็นความตั้งใจช่วยเหลือประชาชน เพราะหากปรับราคาขึ้นทันที อาจกระทบต่อกำลังซื้อและทำให้ยอดขายลดลง จึงเลือกชะลอการขึ้นราคาออกไปก่อน
ด้านประชาชนที่มาจับจ่ายต่างรู้สึกขอบคุณพ่อค้าแม่ค้าที่ยังคงตรึงราคา โดยเฉพาะปลาทูซึ่งถือเป็นอาหารหลักในหลายครัวเรือน ทำให้ยังสามารถดำรงชีพได้ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของอาหารทะเลชนิดอื่นในตลาดเริ่มสวนทาง โดยมีการปรับราคาขึ้นแล้วในบางรายการ เนื่องจากต้นทุนขนส่งจากต่างประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน
พบว่า กุ้งทะเลบางขนาดปรับราคาขึ้นประมาณ 20 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 280 บาท เป็น 300 บาท ขึ้นอยู่กับขนาดของสินค้า
ส่วนปลาซาบะนำเข้าจากต่างประเทศ ปรับขึ้นจากกิโลกรัมละ 200 บาท เป็น 250 บาท
ส่วนปลาหมึกบางชนิดยังคงตรึงราคาไว้ เช่น ปลาหมึกใหญ่ที่ยังคงอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 300 บาท และปลาหมึกบางประเภทอยู่ที่ราว 190 บาท ขณะที่ปลาหมึกกล้วยลอกนำเข้า ปรับขึ้นเล็กน้อยประมาณ 20–30 บาท ตามขนาดและแหล่งที่มา
แม่ค้าขายอาหารทะเลรายหนึ่งเปิดเผยว่า สินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศจำเป็นต้องปรับราคาตามต้นทุนขนส่ง หากราคาน้ำมันยังคงเพิ่มขึ้น ก็มีแนวโน้มที่สินค้าอื่น ๆ จะทยอยปรับราคาตาม
ขณะที่ผู้บริโภครายหนึ่งให้ความเห็นว่า ไม่ได้กังวลกับการปรับขึ้นราคามากนัก เพราะยังสามารถเลือกบริโภคอาหารประเภทอื่นทดแทนได้ เช่น ซื้อไปประกอบอาหารเองในครัวเรือน หรือหันไปเลือกสินค้าที่ราคายังไม่ปรับขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ค้าหลายรายย้ำตรงกันว่า หากราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง การปรับราคาสินค้าอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในระยะถัดไป แต่ในเวลานี้ยังคงพยายาม ตรึงราคาให้นานที่สุด เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของประชาชน