จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมตามโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" รุ่นที่ 46 เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และพหุวัฒนธรรมแก่เยาวชนจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชุมเตรียมความพร้อมการจัดกิจกรรมตามโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" รุ่นที่ 46  เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้และพหุวัฒนธรรมแก่เยาวชนจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้

วันนี้ (30 มี.ค. 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมบึงพระราม  อาคาร 1  ชั้น 1  ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  มอบหมายให้นายเดชาธร เชาว์เลขา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในการประชุม เตรียมความพร้อมจัดกิจกรรมตามโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ 46 จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายสุธี เล้าสุบินประเสริฐ ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  พ.อ.ปกรณ์ เปลี่ยนรังสี รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  พ.ต.อ.สุรพจน์ รอดบำรุง รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  นายประดิษฐ์ รัตนโกมล ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  นายพงศ์จิตต์ รวีกิจสัมฤทธิ์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  และคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

ทั้งนี้ ในที่ประชุมได้แจ้งระเบียบวาระเพื่อทราบในหลายประเด็น ดังนี้
•รายละเอียดการจัดกิจกรรมโครงการ
"สานใจไทย สู่ใจใต้" รุ่นที่ 46 พื้นที่ภาคกลาง ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 เมษายน - 1 พฤษภาคม 2569 โดยความร่วมมือของกรมการปกครองร่วมกับมูลนิธิ "สานใจไทย สู่ใจใต้" ทั้งนี้ กรมการปกครองได้ขอความร่วมมือจังหวัดเป้าหมายประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี นนทบุรี นครนายก ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยาสมุทรปราการ สระบุรี อ่างทอง และกรุงเทพมหานคร ดำเนินการคัดเลือกครอบครัวอุปถัมภ์ที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดและมีความพร้อมที่จะรับดูแลเยาวชนผู้เข้าร่วมโครงการที่จะมาพำนักอยู่ด้วย
•การมอบหมายคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ทำการคัดเลือกครอบครัวอุปถัมภ์ศาสนาอิสลาม จำนวน 13 ครอบครัว และมอบหมายอำเภอคัดเลือกครอบครัวศาสนาพุทธ จำนวน 8 ครอบครัว รวมทั้งสิ้นจำนวน 21 ครอบครัว ซึ่งได้คัดเลือกจากพื้นที่อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอท่าเรือ อำเภอบางบาล อำเภอบางปะอินอำเภอบางไทร อำเภอวังน้อย อำเภอเสนา และอำเภอบางซ้าย

ในระเบียบวาระเสนอเพื่อพิจารณา ในที่ประชุมได้ชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ดังนี้
•การมอบหมายภารกิจระหว่างที่เยาวชนมาพำนักกับครอบครัวอุปถัมภ์ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และภารกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
•การมอบหมายภารกิจการจัดกิจกรรมเปิดจวนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ต้อนรับคณะผู้บริหารมูลนิธิ "สานใจไทย สู่ใจใต้" เยาวชน และครอบครัวอุปถัมภ์ ในวันพุธที่ 22 เมษายน 2569 ณ  เรือนรับรอง จวนผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการโดย ที่ทำการปกครองจังหวัดพระนครศรีอยุธยา 
•การมอบหมายภารกิจการจัดกิจกรรมค่ายประวัติศาสตร์ชาติไทย ในวันเสาร์ที่ 25 เมษายน - วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน 2569 ณ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดำเนินการโดย มูลนิธิ "สานใจไทย สู่ใจใต้" ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา

ในการนี้ ในเวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุมมหาธาตุ  อาคาร 1  ชั้น 4  ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำหัวหน้าส่วนราชการและคณะทำงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมสามัญประจำปีคณะกรรมการบริหารมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ผ่านระบบ Zoom Meeting กับมูลนิธิ “สานใจไทย สู่ใจใต้” โดยมีนายอารีย์ วงศ์อารยะ รองประธานคณะกรรมการอำนวยการโครงการสานใจไทย สู่ใจใต้ เป็นประธานในการประชุมครั้งนี้ เพื่อรับทราบและชี้แจงการดำเนินของโครงการดังกล่าวที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอีกด้วย

โครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" เกิดขึ้นจากดำริของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา โดยการขับเคลื่อนของมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ มูลนิธิรักเมืองไทย และมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และปัจจุบันได้จัดตั้งมูลนิธิ "สานใจไทย สู่ใจใต้" ขึ้นเพื่อเป็นหน่วยกลางในการประสานการดำเนินโครงการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ โดยได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชน อีกหลายภาคส่วน โดยกิจกรรมสำคัญของโครงการในระยะแรกเป็นการนำเยาวชนที่นับถือศาสนาอิสลามในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส สตูล และสงขลา (เฉพาะอำเภอจะนะ เทพานาทวี และสะบ้าย้อย) มาเปิดโลกทัศน์ เสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ในหลากหลายมิติ ทั้งในเรื่องประวัติศาสตร์ชาติไทย การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ด้วยการทัศนศึกษา การเข้าค่ายกิจกรรมต่าง ๆ และการใช้ชีวิตร่วมกับครอบครัวอุปถัมภ์ใน 9 จังหวัด จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครนายก นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สมุทรปราการ สระบุรี และ  อ่างทอง และกรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันมีเยาวชนที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการ "สานใจไทย สู่ใจใต้" จำนวนมากกว่าหมื่นคน กระจายอยู่ตามสาขาอาชีพต่าง ๆ ในพื้นที่ ทั้งในภาครัฐ และภาคเอกชน และได้รวมตัวกันจัดตั้งเป็นสมาคมเยาวชนสานใจไทย สู่ใจใต้ ทำกิจกรรมร่วมกับภาครัฐภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ แสดงถึงพัฒนาการ การสร้างเครือข่าย ก่อให้เกิดพลังในการผลักดันสิ่งที่ดีงามให้เกิดขึ้นในสังคม ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินโครงการ ที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง อันจะส่งผลไปสู่การบรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิผลอย่างยั่งยืนต่อไป


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น
บทความที่น่าสนใจ