กระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภค และปุ๋ยเคมี

กระทรวงพาณิชย์ลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภค และปุ๋ยเคมี

วันนี้ (23 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และคณะ ร่วมกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นำโดย นายชัยรัตน์ บุญส่ง พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสุชานันท์ ศุภราช  พลังงานงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พันเอกปกรณ์  เปลี่ยนรังสี กองอำนายการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและ นายสุรศักดิ์ จำลองกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ร่วมกันลงพื้นที่สุ่มตรวจปั๊มน้ำมันตามแนวถนนสายเอเชีย 3 แห่ง เพื่อเฝ้าระวังการกักตุนและการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา หลังพบประชาชนแห่ต่อคิวเติมน้ำมันจำนวนมากจากภาวะขาดแคลน และเฝ้าติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าและราคาปุ๋ย บริเวณตลาดและร้านค้าในพื้นที่

ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การตรวจครั้งนี้เป็นการสุ่มเข้าตรวจโดยไม่แจ้งล่วงหน้า เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันในคลังของแต่ละปั๊ม เบื้องต้นไม่พบการกักตุนเพื่อขึ้นราคา แต่พบว่าหลายปั๊มมีปริมาณน้ำมันเหลือน้อยจริง บางแห่งมีน้ำมันคงเหลือเพียงประมาณ 10% ของความจุ เช่น ถังขนาด 20,000 ลิตร เหลือเพียงราว 2,400 ลิตรเท่านั้น ขณะที่บางปั๊มขนาด 30,000 ลิตร เหลือเพียงประมาณ 2,700 ลิตร ในด้านการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ บูรณาการร่วมกับกระทรวงมหาดไทย นำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงพลังงาน โดยพลังงานจังหวัด ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งในส่วนของการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย และการประชาสัมพันธ์ให้สถานีบริการน้ำมันปฏิบัติให้ถูกต้อง ไม่กักตุนหรือปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุอันสมควร รวมทั้งสำรองน้ำมันไว้ส่วนหนึ่งเพื่อให้บริการกรณีฉุกเฉินจำเป็น ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมัน 3 แห่ง 3 ยี่ห้อ พบว่ามีการแสดงราคาจำหน่ายบริเวณหัวจ่ายและหน้าสถานีบริการอย่างถูกต้อง และไม่พบการกักตุนแต่อย่างใด รวมทั้งหัวจ่ายน้ำมันได้รับเครื่องหมายคำรับรองจากสำนักงานชั่งตวงวัด กรมการค้าภายในด้วย ทั้งนี้ การตรวจสอบใช้ระบบคอมพิวเตอร์วัดปริมาณน้ำมันในถัง โดยไม่มีการเปิดบ่อ พร้อมติดป้ายแสดงผลการตรวจสอบของกระทรวงพาณิชย์เพื่อความโปร่งใส หากพบการกระทำผิด เช่น กักตุนหรือฉวยโอกาสขึ้นราคา จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ด้าน นางสุชานันท์ ศุภราช พลังงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า จากการตรวจสอบในพื้นที่ยังไม่พบความผิดปกติของปั๊มน้ำมัน สาเหตุที่มีรถต่อคิวยาวเกิดจากบางปั๊มมีน้ำมันดีเซลไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ใช้รถต้องย้ายไปเติมยังปั๊มอื่น ส่งผลให้เกิดการสะสมของรถและการรอคิวนาน โดยเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างต่อเนื่องเกือบทุกวัน

ต่อมา คณะรองปลัดกระทรวงพาณิชย์ และคณะทำงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ตรวจตลาดสดศรีอยุธยาเมืองใหม่ (ตลาดแกรนด์) พบว่าสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของประชาชน และราคาสินค้าส่วนใหญ่ยังคงทรงตัว เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ข้าวสารถุง และซอสปรุงรส เป็นต้น ส่วนอาหารสด เช่น ผักสด ไข่ไก่ เนื้อไก่ เนื้อสุกร ราคาปรับเปลี่ยนตามปริมาณผลผลิต ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในแต่ละช่วงเวลา ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้ามีการปิดป้ายแสดงราคาจำหน่ายอย่างชัดเจน

หลังจากนั้น ได้ลงพื้นที่ร้านคลินิกเกษตร ตำบลน้ำเต้า อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อตรวจติดตามสถานการณ์ปุ๋ยเคมี พบว่า ในขณะนี้ยังไม่ถึงช่วงเวลาที่เกษตรกรชาวนา ใช้ปุ๋ยกันมาก แต่ร้านค้าก็มีการสั่งปุ๋ยมาสำรองไว้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ กรมการค้าภายในและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรมีปุ๋ยใช้อย่างเพียงพอ ในราคาที่เหมาะสมเป็นธรรม ที่สำคัญห้ามไม่ให้มีการกักตุนหรือฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุอันสมควร นอกจากนี้กรมการค้าภายในเตรียมจะดำเนินโครงการปุ๋ยธงเขียว จำหน่ายปุ๋ยราคาประหยัดเพื่อช่วยลดภาระให้กับพี่น้องเกษตรกร โดยจะเริ่มดำเนินการในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคมเป็นต้นไป

ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ในความสำคัญในเรื่องนี้ โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดติดตามสถานการณ์ราคาและปริมาณสินค้าอย่างใกล้ชิด ซึ่งจะมีการตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในทุกจังหวัดทั่วประเทศ ในการนี้ ขอให้ผู้ประกอบการทั้งผู้ผลิตและผู้จำหน่ายปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบการกระทำความผิดจะมีการดำเนินการตามกฎหมาย กรณีไม่ติดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ส่วนการฉวยโอกาสขึ้นราคาหรือการกักตุนสินค้า มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ หากประชาชนไม่รับความเป็นธรรมทางการค้า สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น
บทความที่น่าสนใจ