จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง สั่งสำรวจปริมาณน้ำมันสถานีบริการทั่วจังหวัด คุมเข้มราคา ป้องกันการกักตุน มุ่งเน้นดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด
วันนี้ (16 มี.ค. 2569) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุมมงคลบพิตร 2 อาคาร 1 ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในการประชุมคณะทำงานติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ครั้งที่1/2569 พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอและคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน
ในที่ประชุมได้มีการเสนอวาระแจ้งเพื่อทราบ โดยมีประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การชี้แจงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องและการลงพื้นที่ติดตามด้านราคาน้ำมัน โดย พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และการชี้แจงสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงและการลงพื้นที่ติดตามสถานีบริการน้ำมัน โดย พลังงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ในระเบียบวาระเรื่องเพื่อพิจารณา ได้มีการเสนอประเด็นสำคัญเพื่อให้คณะกรรมการในที่ประชุมได้พิจารณาร่วมกัน เกี่ยวกับการมอบหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจข้อมูลของสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่และรายงานข้อมูลดังกล่าวให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อรวบรวมและรายงานให้กระทรวงพลังงานทราบ ทั้งนี้ เป้าหมายของการสำรวจข้อมูล จะเป็นการสำรวจข้อมูลจากสถานีบริการน้ำมันเพื่อการจำหน่าย ทั้งสถานีบริการน้ำมันขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในจังหวัด โดย สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. 2569 เป็นต้นมา ได้มีการเน้นย้ำและประชาสัมพันธ์ไม่ให้มีการฉกฉวยขึ้นราคาน้ำมันและการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการของภาครัฐอย่างถูกต้องตามระเบียบและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เน้นย้ำให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด โดยห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ ห้ามกักตุนสินค้า หรือกระทำการใดที่ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หากตรวจพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมาย
นายเชาวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้มีข้อสั่งการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นย้ำว่า สถานการณ์น้ำมันที่มีไม่เพียงพอในบางพื้นที่นั้น เกิดจากพฤติกรรมตื่นตระหนกของประชาชนที่เติมน้ำมันเต็มถัง แทนการเติมตามปกติ ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันที่สถานีบริการได้รับตามโควตาลดลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ สำนักงานพลังงานจังหวัดยืนยันว่า สถานการณ์น้ำมันสำรองของประเทศยังคงมีเพียงพอสำหรับการใช้งานอย่างน้อย 96 วัน โดยกรณีที่พบว่าสถานีบริการน้ำมันบางแห่งมีน้ำมันหมดถังนั้น เป็นการหมดจริงจากปริมาณยอดจำหน่ายที่เพิ่มสูงขึ้น มิได้เกิดจากการกักตุนแต่อย่างใด และผู้ว่าฯ ได้สั่งการให้นายอำเภอและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ลงพื้นที่ติดตามและสำรวจสถานการณ์น้ำมันในสถานีบริการแต่ละแห่งเป็นประจำทุกวัน ทั้งในด้านปริมาณน้ำมันคงเหลือและราคาจำหน่าย เพื่อให้การบริหารจัดการและการติดตามสถานการณ์เป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และแม่นยำ
สำหรับผลกระทบต่อภาคเกษตรกรรม ผู้ว่าฯ ได้ชี้แจงว่า ในพื้นที่เกษตรกรรมบางแห่ง เช่น อำเภอเสนา พบว่าเกษตรกรเริ่มมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันสำหรับใช้กับเครื่องจักรกลการเกษตร อาทิ เครื่องสูบน้ำ และรถเก็บเกี่ยว โดยสถานีบริการน้ำมันบางแห่งมีการจำกัดปริมาณการจำหน่าย จึงได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความเข้าใจแก่ประชาชน พร้อมทั้งบริหารจัดการปริมาณน้ำมันให้เพียงพอต่อความจำเป็นของภาคการผลิต และให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่