จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบพิธีวันที่ระลึก "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประจำปี พ.ศ. 2569

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบพิธีวันที่ระลึก "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประจำปี พ.ศ. 2569
   
วันนี้ (6 เมษายน 2569) เวลา 08.45 น. หอประชุมพระพิรุณระลึกโปรดเกล้าฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ประธานในพิธีวันที่ระลึก "พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช" และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ ประจำปี พ.ศ. 2569 พร้อมด้วย นางศุทธิกานต์ วงศ์สถิตจิรกาล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา   รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาล ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี และถวายพุ่มดอกไม้สด กล่าวถวายอาศิรวาทราชสดุดี โดยมีพระราชสิทธิโสภณ เจ้าคณะผักไห่/เจ้าอาวาสวัดตูม พระอารามหลวง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นำพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ เจริญชัยมงคลคาถา

นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวคำถวายอาศีรวาทราชสดุดี ความว่า

“นับตั้งแต่เมื่อวันที่ 6 เมษายน พุทธศักราช 2325 ซึ่งเป็นวันที่พระบรมราชจักรีวงศ์ได้สถิตมั่น ณ ผืนแผ่นดินสุวรรณภูมิต่อเนื่องมานับจนถึงปัจจุบันได้ 240 ปีเศษแล้ว ราชอาณาจักรมีความสงบสุข อาณาประชาราษฎร์มีความมั่นคง มั่งคั่ง ล้วนมาจากพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกยุคทุกสมัย ที่ได้ทรงปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรมและพระราชจริยวัตรที่งดงามสืบต่อมาจนถึง 10 รัชกาล 

ในยุคเริ่มต้นแห่งการสถาปนาพระบรมราชจักรีวงศ์นั้น ด้วยเดชะพระบารมีและพระปรีชาสามารถในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงขจัดภัยคุกคามต่าง ๆ ทรงแผ่พระราชอำนาจขยายพระราชอาณาเขต ปกเกศไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ให้ร่มเย็นเป็นสุข จนนำมาซึ่งความเป็นราชอาณาจักรโดยสมบูรณ์ในกาลต่อมา ยามที่ ชาติบ้านเมืองอยู่ในภาวะวิกฤติ พระบรมราชจักรีวงศ์ทรงขจัดปัดเป่า ผ่อนร้อนให้เป็นเย็น ผ่อนร้ายให้เป็นดี ยามที่ประชาชนขาดความสามัคคี ทรงเป็นศูนย์รวมน้ำใจ นำมาซึ่งความรักและสามัคคีของปวงชนชาวไทย

ณ ศุภวาระนี้ ข้าพระพุทธเจ้า นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ขอถวายราชสักการะและถวายราชสดุดี ในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริยาธิราชเจ้าในพระบรมราชจักรีวงศ์ทุกพระองค์ และจักเทิดทูน สถิตไว้ในดวงใจของเหล่าพสกนิกรชาวไทยสืบไป"
    
วันที่ 6 เมษายนของทุกปี ถือเป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งของประเทศไทย คือ วันจักรี เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และทรงสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้วันที่ 6 เมษายนของทุกปี เป็นวันพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และวันที่ระลึกมหาจักรีบรมราชวงศ์ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณแห่งบูรพกษัตริย์ไทย และแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวที ต่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรีทุกพระองค์
    
พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี อีกทั้งยังเริ่มก่อสร้างพระนครแห่งใหม่ในนาม กรุงเทพมหานครบวรรัตนโกสินทร์ ที่นับว่าเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่ถัดจากกรุงธนบุรี ซึ่งเมื่อครั้งที่กรุงธนบุรีเป็นราชธานีนั้น มีอาณาบริเวณรวมทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้เป็นเมืองหลวงที่มีแม่น้ำไหลผ่านกลางเมือง ต่อมา พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเปลี่ยนนามใหม่ จาก กรุงเทพมหานครบวรรัตนโกสินทร์ เป็น กรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ ซึ่งช่วงเวลาตั้งแต่ก่อตั้งกรุงเทพมหานครฯ เมื่อปี พ.ศ. 2325 มักเรียกกันว่า สมัยรัตนโกสินทร์ เช่นเดียวกันกับที่เคยเรียกยุคสมัยที่ผ่านมาในสยาม โดยพระเจ้าแผ่นดินในสมัยรัตนโกสินทร์นี้ได้สืบสันตติวงศ์ต่อเนื่องกันมาในราชวงศ์เดียวกันจนถึงปัจจุบัน มี 10 รัชกาล รวมระยะเวลาแล้วกว่า 234 ปี  


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น
บทความที่น่าสนใจ