พาณิชย์อยุธยาถกเข้ม! เตรียมพร้อมรับมือผลกระทบความตึงเครียดตะวันออกกลาง ย้ำผู้ค้าต้องติดป้ายราคา-ห้ามกักตุน
วันนี้ (10 มีนาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชัยรัตน์ บุญส่ง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดประชุมหารือเพื่อติดตาม เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการที่อาจส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ พอ.ปกรณ์ เปลี่ยนรังษี รอง กอ.รมน.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สำนักงานพลังงานจังหวัด ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผู้แทนปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และ ประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
การคุมเข้มมาตรการแสดงราคาสินค้าและบริการ ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 68 พ.ศ. 2568 ได้กำหนดให้ผู้จำหน่ายสินค้าและผู้ให้บริการต้องปฏิบัติ ดังนี้:
• ต้องแสดงราคาจำหน่ายปลีก: โดยการเขียน พิมพ์ หรือทำให้ปรากฏชัดเจนที่ตัวสินค้าหรือสถานที่ให้บริการ
• รายละเอียดที่ชัดเจน: ราคาที่แสดงต้องเป็นตัวเลขอารบิก มีขนาดที่อ่านง่าย และต้องมีภาษาไทยประกอบด้วย
• สถานีบริการน้ำมัน: ต้องแสดงราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยตัวเลขที่มีขนาดสูงไม่ต่ำกว่า 10 เซนติเมตร ให้เห็นได้ชัดเจน ณ สถานีบริการ
• สินค้าชุดสังฆทาน/กระเช้าของขวัญ: ต้องแสดงรายการสินค้า ขนาด น้ำหนักต่อหน่วย และราคาของสินค้าแต่ละรายการให้ครบถ้วน โดยต้องใช้ตัวอักษรขนาด 16 ขึ้นไป หรือเทียบเท่า
เปิดข้อกฎหมายและบทลงโทษ
กรมการค้าภายในเน้นย้ำผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด โดยมีข้อกำหนดและบทลงโทษดังนี้:
• มาตรา 28: ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายต้องแสดงราคาสินค้าหรือบริการ
• มาตรา 29: ห้ามจงใจทำให้ราคาต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือทำให้เกิดความปั่นป่วนของราคาสินค้า
• มาตรา 30: ห้ามกักตุนสินค้าควบคุม หรือปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
• มาตรา 31: ห้ามหยุดการให้บริการตามปกติหรือปฏิเสธการให้บริการ
บทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน:
• กรณีไม่แสดงราคา: มีความผิดทางพินัย ต้องชำระค่าปรับไม่เกิน 10,000 บาท
• กรณีฉวยโอกาส/กักตุน: หากฝ่าฝืนมาตรา 29, 30 หรือ 31 มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
การดำเนินการในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้มีโอกาสเปรียบเทียบราคาสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อ และป้องกันการเอาเปรียบในช่วงที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน