พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ปุ๋ย ยืนยันมีสต็อกเพียงพอถึงสิงหาคมนี้ ชี้เกษตรกรในพื้นที่ไม่กระทบเหตุหยุดทำนาช่วงหน้าน้ำพอดี

พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยาลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ปุ๋ย ยืนยันมีสต็อกเพียงพอถึงสิงหาคมนี้ ชี้เกษตรกรในพื้นที่ไม่กระทบเหตุหยุดทำนาช่วงหน้าน้ำพอดี

วันที่ 6 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. นายชัยรัตน์ บุญส่ง พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.อ.ปกรณ์ เปลี่ยนรังษี รอง ผอ.กองอำนวยการรักษาความั่นคงภายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และนายสุรศักดิ์ จำลองกุล ประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา  ลงพื้นที่ตรวจสอบปริมาณและสถานการณ์ราคาปุ๋ยเคมีในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ณ
ร้านคลินิคเกษตร สาขาบางบาล ซึ่งให้บริการจำหน่ายอุปกรณ์และเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร เปิดบริการทุกวัน เวลา 07.30-17.00 น.

 จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นพบว่าปริมาณปุ๋ยที่ทางกรมวิชาการเกษตร ได้สำรวจไว้มีจำนวนประมาณ 1.52 ล้านตัน ซึ่งเมื่อรวมกับปริมาณปุ๋ยที่อยู่ระหว่างการขนส่งทางเรือ คาดว่าจะมีปริมาณเพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกรไปจนถึงเดือนสิงหาคมนี้
 
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะยังคงติดตามกลไกราคาตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินทิศทางราคาหลังจากเดือนสิงหาคมอีกครั้ง
สำหรับผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้น คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบหากมีการปรับขึ้นราคาในช่วงหลังจากนี้ เนื่องจากรอบการเพาะปลูกข้าวของเกษตรกรในโซนอยุธยาจะเริ่มหยุดทำนาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคมไปจนถึงตุลาคมเพื่อรอรับหน้าน้ำตามฤดูกาล ในขณะที่จังหวัดอื่น ๆ ที่มีรอบการปลูกแตกต่างออกไปอาจจะยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ในการลงพื้นที่ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพร่วมกับผู้ประกอบการและขอข้อมูลการติดต่อเพื่อสร้างเครือข่ายในการประสานงานและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารจัดการสินค้าเกษตรและปัจจัยการผลิตจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

ในวันเดียวกันนี้ (6 มีนาคม 2569) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อทั่วโลก เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ได้รับผลกระทบเช่นกันในหลาย ๆ เรื่อง ในส่วนของการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นข้อกังวลของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลได้สั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์การค้าปุ๋ยเคมีและธุรกิจการเกษตรไทยอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมมาตรการแก้ไขปัญหารองรับหากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยืดเยื้อ         
ทั้งนี้ จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่า ปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอ โดยมีสต็อกคงเหลือ ณ เดือน มกราคม 2569 ประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 0.8 ล้านตัน สำหรับปุ๋ยยูเรียซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 36% ของการใช้ปุ๋ยทั้งหมด มีปริมาณสต๊อก 0.32 ล้านตัน หรือคิดเป็น 6.5 ล้านกระสอบ โดยปัจจุบันมีปริมาณเพียงพอรองรับการใช้มากกว่า 2 เดือน และยังมีปุ๋ยยูเรียที่ไทยอยู่ระหว่างการนำเข้าจากซาอุดีอาระเบีย ปริมาณรวมประมาณ 100,000 ตัน หรือคิดเป็นปริมาณ 2 ล้านกระสอบ ทำให้ไทยจะมีปุ๋ยยูเรียใช้ในปริมาณ 8.5 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้ได้ถึงเดือน ส.ค.2569        

เผยแพร่:อรุณี


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น