สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จัดการประชุมคณะกรรมการจัดรำบวงสรวงในพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริยาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ในการจัดงาน "ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก" ประจำปี พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 1/2569
วันที่ 14 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมอโยธยา อาคาร 1 ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้ นางพุทธิพร พลอยผักแว่น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดรำบวงสรวงในพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริยาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา ในการจัดงาน "ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก" ประจำปี พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นางศุทธิกานต์ วงศ์สถิตจิรกาล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นางสาวรินทร์ปภัส เหิกขุนทด วัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัฒนธรรมอำเภอทั้ง 16 อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ตามที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยากำหนดจัดงาน "ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก" ประจำปี พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 13 - 22 กุมภาพันธ์ 2569 ณ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา และได้ประกาศให้มีคณะกรรมการจัดพิธีรำบวงสรวงบูรพกษัตริยาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา และพิธีสักการะพระบรมสารีริกธาตุซึ่งในพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริยาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยาจะมีการรำบวงสรวง โดยผู้รำจากทุกภาคส่วนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ปฐมกษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา เพื่อให้การดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงได้เชิญคณะกรรมการจัดรำบวงสรวงในพิธีบวงสรวงบูรพกษัตริยาธิราชแห่งกรุงศรีอยุธยา มาประชุมในวันนี้
นางนลินี ด่านชัยวิจิตร ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า สำหรับการรำบวงสรวง มีกำหนดการวันซ้อมใหญ่ ในวันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม 2569 และรำบวงสรวงในวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 การรำบวงสรวงนี้เป็นการรำประกอบเพลง "ยอยศพระรามาธิบดีที่ 1" ที่เนื้อเพลงบรรยายถึงพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระรามาธิบดี หรือพระเจ้าอู่ทอง การกำเนิดของกรุงศรีอยุธยา ศิลปวัฒนธรรม และการทำมาค้าขายที่เจริญรุ่งเรืองในสมัยนั้น โดยในวันรำจริง นางรำทุกคนจะแต่งกายด้วยชุดไทยสมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเฉลิมฉลองที่ทางองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนบัญชีมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2534 ณ กรุงคาร์เธจ ประเทศตูนิเซีย
ทั้งนี้ ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกับ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และสภาวัฒนธรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร่วมกันฝึกซ้อมนางรำทั้ง 16 อำเภอ มาร่วมรำหลังจากการประกอบพิธีบวงสรวง นางรำทั้งหมดจะร่วมรำตั้งแต่บริเวณหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง เชื่อมโยงไปถึงพระราชวังโบราณ วัดพระราม และวิหารพระมงคลบพิตร ซึ่งจะอยู่ใกล้เคียงกับ วัดพระศรีสรรเพชญ์ ศาลหลักเมือง และวังช้างแลเพนียด ภาพที่ปรากฏออกสู่สายตาประชาชนจะสวยสดงดงามสมกับความเป็นเมืองมรดกโลก