จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมรับผู้แทนพระองค์ พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีตักบาตรและเปิดโครงการ "มรดกโลก มรดกธรรม" 

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมรับผู้แทนพระองค์ พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฏวชิรพัทธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีตักบาตรและเปิดโครงการ "มรดกโลก มรดกธรรม" 
   วันนี้ (๖ พฤษภาคม ๒๕๖๘) เวลา ๐๖.๐๐ น. ณ วัดวรเชษฐาราม ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้พลตรีหญิง ท่านผู้หญิงอรอนงค์ ปิยนาฎวชิรพัทธ์เป็นผู้แทนพระองค์มาประกอบพิธีตักบาตร และเปิดโครงการ "มรดกโลก มรดกธรรม" ณ วัดวรเชษฐาราม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และมอบของที่ระลึกพระราชทาน จำนวน ๓๐ ราย จากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคเงินการบูรณะปฏิสังขรณ์ โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายวัชระ กระแสร์ฉัตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางวัชราภารณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายเดชาธร เชาว์เลขา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ศาล ทหาร ตำรวจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด พระนครศรีอยุธยา และข้าราชบริพาร ร่วมประกอบพิธี   
   นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการบูรณะพระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถ วัดวรเชษฐาราม เพื่อเป็นการรักษาโบราณสถาน สืบทอดเทคนิค วิธีการบูรณะโบราณสถานแบบดั้งเดิม ให้โบราณสถานดํารงไว้เป็นหลักฐานด้านการศึกษา แก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ในการนี้ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆรินายก ได้สนับสนุนงบประมาณให้กรมศิลปากร ในการซ่อมแซมพระพุทธรูปและสิ่งประกอบอื่น ๆ ภายในวัดวรเชษฐาราม จำนวน ๑,๓๕๗,๙๐๐ บาท วัดวรเชษฐาราม ตั้งอยู่ในเกาะเมืองพระนครศรีอยุธยา ตําบลประตูชัย อําเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยอยุธยาตอนกลางตามพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) ระบุว่าสมเด็จพระเอกาทศรถ โปรดเกล้าฯให้สร้างวัดวรเชษฐารามวิหาร และในคำให้การชาวกรุงเก่า กล่าวว่า เมื่อสมเด็จพระเอกาทศรถขึ้นครองราชย์แล้ว โปรดให้ทำพระเมรุมาศถวายพระเพลิงสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วทรงสร้างวัดอุทิศพระราชกุศล ถวายพระเชษฐาธิราช พระราชทานนามว่า วัดวรเชษฐ์ ที่สันนิษฐานว่าคือวัดแห่งนี้ หลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาใน ๒๓๑๐ แล้ว วัดวรเชษฐารามถูกทิ้งร้างจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จนกระทั่งกรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนให้วัดวรเชษฐาราม เป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๕๘ หน้า ๕๘๕ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๘๔ ต่อมากรมศิลปากรเข้ามาบูรณะเพื่อรักษาโบราณสถานในพื้นที่ กรมศิลปากร โดยสำนักช่างสิบหมู่ และสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการบูรณะพระพุทธรูปประธานในพระอุโบสถ โดยเริ่มทำการบูรณะตั้งแต่เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๖ จนถึงเดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗ รวมระยะเวลาทั้งสิ้น ๘ เดือน มีขั้นตอนการบูรณะดังนี้
๑. ศึกษา สืบค้นข้อมูลศิลปะดั้งเดิมทั้งในส่วนขององค์พระและส่วนฐานเพื่อกำหนดรูปแบบสันนิษฐานให้ถูกต้องตามยุคสมัย
๒. สำรวจโครงสร้างและสภาพความชำรุดขององค์พระ เพื่อประเมินความแข็งแรงและวางแผนในการปฏิบัติงานบูรณะ
๓. ปฏิบัติงานบูรณะ โดยการนำปูนที่เสื่อมสภาพออก และใช้ปูนหมักซึ่งเป็นวัสดุดั้งเดิม ในการปั้นเติมในส่วนที่ขาดหายไป พร้อมทั้งเสริมความมั่นคงและเพิ่มโครงสร้างในส่วน พระกรขวาขององค์พระด้วยวัสดุสแตนเลส
๔. ปั้นปูนเสริมเติมในส่วนที่ขาดหาย ตามรูปแบบสันนิษฐานที่กำหนดมาจนแล้วเสร็จ
   และเมื่อวันจันทร์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๖ มีพิธีการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในส่วนของพระอุษณีษะ โดยสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม และประทานนามว่า พระพุทธวรเชษฐนเรศศาสดา ทั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริสวัสดิ์พิพัฒน์มงคล และเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ กับถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตราธิราชแห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช ๒๕๖๘ สืบต่อไป 


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น