จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดตัวร่วมกับสมาคมการค้าสมุนไพรและกระท่อมไทย ภายใต้ชื่องาน “กระท่อมมิวสิคแคมป์” 2025
วันนี้ (14 มี.ค.68) เวลา 09.00 น. ณ บ้านสวนหลัก ตำบลหลักชัย อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นางรัฐยา อาจหาญ เผยพร นายอำเภอลาดบัวหลวง เป็นประธานเปิดงานกระท่อมมิวสิคแคมป์ 2025 โดยมีทูตพาณิชย์สาธารณะรัฐเช็ก นายชัยรัตน์ บุญส่ง พาณิชย์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอำพล เบญจศานต์ เกษตรอำเภอลาดบัวหลวง สำนักงานเกษตรอำเภอลาดบัวหลวง หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ตัวแทนโรงงานสารสกัด ตัวแทนสมาคมการค้าสมุนไพร ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทย ตัวแทนบริษัทโลจิสติกส์ ตัวแทน Exim bank และสื่อมวลชน เข้าร่วมกิจกรรม
โดยภายในงานมีการจัดพื้นที่เสวนาทิศทางสมุนไพรและกระท่อมไทยในตลาดอียู ร่วมเสวนาโดย ทูตพาณิชย์สาธารณะรัฐเช็ก ตัวแทนโรงงานสารสกัด ตัวแทนสมาคมการค้าสมุนไพร ตัวแทนผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทย ตัวแทนบริษัทโลจิสติกส์ ตัวแทน Exim bank ชมสินค้าแปรรูปจากกระท่อมและโชว์ศิลปะมวยไทย ร่วมลงนามความร่วมมือส่งออกกระท่อมไทยไปอียูระหว่าง สมาคมการค้าสมุนไพรกระท่อมไทยกับบริษัทเอกชน คู่ค้าสาธารณะรัฐเช็ก จากนั้นเป็นการเสวนาความพร้อมเกษตรกรไทยส่งกระท่อมตลาดอียู ได้แก่ การทำแปลงกระท่อมเชิงพาณิชย์ การสร้างมาตรฐานแปลงสู่มาตรฐาน GAP การใช้วิทยาศาสตร์ในการปรับค่าสาร และยกระดับแปลงกระท่อมสู่ระบบเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งในช่วงท้ายของกิจกรรมจะเป็นการประกวดค่าสารไมทรามินและมอบโล่รางวัล กิจกรรมโชว์ควงไฟและดนตรี กระท่อมเฟสติวัล และในวันที่ 15 มีนาคม จะเป็นการเยี่ยมแปลงเกษตรกรตัวอย่าง
จากที่ "พระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. 2565 ได้ยกเลิกกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดประเภท 5 ประชาชนสามารถครอบครอง บริโภค ใช้ประโยชน์ และประกอบอาชีพสร้างรายได้ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก รวมถึงเพื่อการส่งเสริมให้มีการพัฒนา เป็นพืชสมุนไพรสำหรับใช้ในทางการแพทย์ และแปรรูปสินค้าและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงทางเศรษฐกิจ" ปัจจุบันปี 2568 มีเกษตรกรที่ปลูกกระท่อมในประเทศไทยมากกว่า 14,000 ไร่ 1,400,000 ต้น ซึ่งถือว่าเป็นตันน้ำ และได้เกิดธุรกิจบริษัทที่เป็นต้นแบบของธุรกิจกระท่อมในปรพเทศไทยเป็นจำนวนมาก รวมถึงสถานการณ์ในต่างประเทศ เช่น อินโดนีเซีย สินค้าไม่ได้คุณภาพ มาเลเซียหยุตปลูก ทำให้ประเทศไทยได้เปรียบจากกลไกตลาดโลกที่เอื้ออำนวย ในอนาคตต้องใช้พืชกระท่อมจากประเทศไทยเป็นจำนวนมาก แต่จากความได้เปรียบดังกล่าวปัจจุบันภาพรวมของผู้ปลูกคือตันน้ำ ยังไม่เข้าใจคุณภาพที่ตลาดต้องการ พลิกวิกฤต ให้เป็นโอกาสในธุรกิจประเทศไทย คือ อนาคตจะเป็นแหล่งที่จะผลิตใบที่มีที่มีคุณภาพตามความต้องการของตลาคโลก เทศกาลกระท่อมไทย จะรวมกลุ่ม ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ผู้เชี่ยวชาญพืชกระท่อมไทย เพื่อกำหนดทิศทางการปลูกพืชกระท่อมในประเทศไทย ช่วยยกระดับรายได้คุณภาพเกษตรกรไทยต่อยอดให้ประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกกระท่อมคุณภาพและเป็น"ฮับกระท่อมโลก"