กรมศิลปากร เดินหน้าสนับสนุนสร้างสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงสถานีอยุธยา เชิญผู้เชี่ยวชาญจากยูเนสโก แนะนำไม่ให้กระทบพื้นที่มรดกโลกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
วันที่ 19 มกราคม เวลา 13.30 น. ณ อาคารนิทรรศการเครื่องทองอยุธยา พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มอบหมายให้นายประพันธ์ ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้การต้อนรับนายสีหศักดิ์พวงเกตุแก้ว พร้อม Mr. Michael Pearson และ Mr. Gamini Wijesuriya คณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ในการลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อติดตามโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยา โดยมีนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ตัวแทนบริษัทก่อสร้าง ผู้แทนจากการรถไฟแห่งประเทศไทย กรมการขนส่งทางราง ตลอดจนคณะทำงาน ร่วมหารือในครั้งนี้ จากนั้นคณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก ได้ลงพื้นที่สถานีรถไฟอยุธยา เพื่อรับทราบข้อมูลจากพื้นที่จริง ก่อนจะนำข้อมูลส่งไปยังคณะกรรมการมรดกโลกต่อไป
นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า กรมศิลปากรสนับสนุนการจัดสร้างสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยได้ส่งผล HIA ไปยังคณะกรรมการมรดกโลกเรียบร้อย ซึ่งกรมศิลปากร มีความต้องการให้จ้าสร้างสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง โดยต้องไม่ส่งผลกระทบกับพื้นที่มรดกโลก จึงได้เชิญคณะผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรที่ปรึกษาของคณะกรรมการมรดกโลก มาให้คำแนะนำ โดยทางคณะฯ ได้แนะนำเบื้องต้นจำนวน 2 ข้อ ได้แก่ 1.การก่อสร้างจะปรับลดความสูงของสถานีฯ การปรับปรุงหลังคาให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้และต้องปลอดภัยกับพื้นที่รอบข้าง 2.ต้องไม่ดำเนินการก่อสร้างทับสถานีเดิม ซึ่งเป็นสถานีเก่าแก่ โดยทางกรมศิลปากรประสานทีมบริษัทก่อสร้างให้ดำเนินการปรับแบบตามคำแนะนำของคณะกรรมการ โดยทางกรมศิลปากร ได้ยื่นข้อมูลเพิ่มเติมให้กับคณะกรรม ถึงแนวการปฏิบัติที่จะเกิดขึ้นระหว่างการก่อสร้างสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงสถานีอยุธยา โดยระหว่างการก่อสร้างจะมีผู้เชี่ยวชาญทางด้านโบราณคดี มาร่วมตรวจสอบพื้นที่ในระหว่างก่อสร้าง ให้เป็นไปตามหลักวิชาการและหลักสากล และหลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีการประกาศพื้นที่ควบคุมโบราณสถานเพิ่มเติม โดยกรมศิลปากรยืนจะปกป้องมรดกโลกแห่งนี้เอาไว้ให้ดีที่สุด ควบคู่กับการพัฒนาเมืองให้มีความเจริญควบคู่กันไป และหวังว่าประชาชนจะได้รับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และอยู่ร่วมกับมรดกโลกได้โดยไม่ทำลายโบราณสถานที่มีความเป็นมรดกโลก ไม่ว่าโบราณสถานนั้นจะเป็นมรดกโลกหรือไม่ก็ตาม และหวังว่าทางรถไฟนี้จะสร้างได้ โดยอยุธยายังคงเป็นมรดกโลกอยู่ตลอดไป
โครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงกรุงเทพ - นครราชสีมาเป็นสายแรกที่เริ่มดำเนินการ เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อไปยังลาว และจีนได้ซึ่งจะส่งผลการคมนาคมมีความสะดวกรวดเร็ว มากยิ่งขึ้น เชื่อมโยงภูมิภาค และกระจายความเจริญไปยังภาคอื่นๆ ของประเทศโครงการความร่วมมือระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งตาธารณรัฐประชาชนจีนในการพัฒนาระบรถไฟความเร็วสูง เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคช่วงกรุงเทพฯ - หนองคาย ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ฝ่ายไทยเป็นผู้ลงทุนโครงการทั้งหมด และดำเนินการก่อสร้างงานโยธา
โดยใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างและระบบรถไฟของจีน ซึ่งได้ทำพิธีเริ่มการก่อสร้างโครงการเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2560 วงเงินงบประมาณ 179,412.21 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดให้บริการภายในปี 2570 ผลตอบแทนเศรษฐกิจ 11.68% ระยะทางทั้งสิ้น 250.77 กิโลเมตร จำนวน 6 สถานี ประกอบด้วย 1. สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ 2. สถานีดอนเมือง 3. สถานีอยุธยา 4.สถานีสระบุรี 5. สถานีปากช่อง 6. สถานีนครราชสีมา และมีศูนย์ควบคุม 1 แห่งที่เชียงรากน้อย และศูนย์ซ่อมบำรุง 3 แห่ง ได้แก่ เชียงรากน้อย สระบุรี และโคกสะอาด รูปแบบการให้บริการ ใช้รถไฟรุ่น ฟูชิงท้าว CR300 จำนวน 8 ขบวน (บริการ6 ขบวน สำรอง 2 ขบวน) 64 ตู้ 1 ขบวนมี 8 ต้ มีจำนวนที่นั่ง 594 ที่นั่ง ต่อขบวน ประกอบด้วย First class จำนวน 96 ที่นั่ง และ second class จำนวน 498 ที่นั่งเวลาให้บริการ 06.00 - 22.00 น. ออกทุกๆ 90 นาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ราคา เรียงตามสถานีดังนี้ ดอนเมือง 105 บาท อยุธยา 195 บาท สระบุรี 278 บาท ปากช่อง 393 บาท นครราชสีมา 535 บาท ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที