จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบพิธี ๓ ศาสนามหามงคล ถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
วันอังคารที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ เวลา ๐๘.๐๐ น. ณ หอประชุมพระพิรุณระลึกโปรดเกล้าฯ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์พระนครศรีอยุธยา หันตรา นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางวัชราภรณ์ รุ่งสาคร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในพิธีทางศาสนามหามงคล ถวายพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช โดยมีคณะรองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปลัดจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ศาล อัยการ ทหาร ตำรวจ หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธี
โดยภายในพิธีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ๑๐ ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ ผู้นำศาสนาอิสลามและผู้นำศาสนาคริสต์ นั่งประจำที่รับรองสำหรับประกอบพิธี นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ศาสนพิธีกรอาราธนาศีล พระสงฆ์ให้ศีล จากนั้นจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมสาทิสลักษณ์พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและถวายดอกไม้ธูปเทียนแพรเบี้ยงหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบามสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประธานในพิธีกล่าวถวายราชสดุดี ศาสนพิธีกร อาราธนาพระปริตร พระสงฆ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ ประธานในพิธีและผู้มีเกียรติถวายจตุปัจจัยไทยธรรม จำนวน ๑๐ ชุด ประธานในพิธีทอดผ้าไตร จำนวน ๑๐ ไตร และกรวดน้ำรับพร จากนั้นผู้นำศาสนาอิสลาม พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ประกอบพิธีดุอาอ์ขอพร และผู้นำศาสนาคริสต์ พร้อมด้วยคณะกรรมการฯ ประกอบพิธีอธิอธิษฐานภาวนาขอพร ประธานในพิธีมอบของที่ระลึกแก่ผู้นำศาสนาอิสลาม และผู้นำศาสนาคริสต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและผู้ร่วมพิธี ร่วมกันตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน ๘๙ รูป เพื่อความเป็นสิริมงคล
ในวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๘ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ ๒๖,๔๖๙ วัน เป็นวันสมมงคลเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์นับเป็นมหามงคลสมัยพิเศษยิ่ง การบําเพ็ญพระราชกุศลถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบูรพการี เป็นราชประเพณีที่ถือปฏิบัติสืบกันมาช้านาน พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์จะทรงอนุสรณ์คํานึงถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระบรมราชบูรพการีในวาระต่าง ๆ เช่น ในวันที่ตรงกับการครองราชย์ มีทั้งโอกาสที่เวียนมาเป็นครั้งแรกมักเรียกว่า “สมมงคล” หมายถึง เสมอกัน หรือ “สมภาคา” บ้าง ถ้าเวียนมาเป็นครั้งที่สองก็เรียกว่า “ทวิภาคา” บ้าง หรือ “ทวีธาภิเษก” บ้าง จะปรากฏแนวปฏิบัติเกี่ยวกับพระราชพิธีลักษณะนี้ตั้งแต่รัชกาลที่ ๔ และรัชกาลที่ ๕ พระราชกุศลที่บําเพ็ญถวายแด่สมเด็จพระบรมราชบูรพการีของพระมหากษัตริย์ในพระบรมราชจักรีวงศ์ นอกจากโอกาสวันดํารงสิริราชสมบัติเวียนมาพ้องกับวันสําคัญดังที่กล่าวมาแล้ว ยังมีพระราชประเพณีที่ทรงถือปฏิบัติในอีกหลายวาระ และวาระหนึ่งที่สําคัญ คือ วันที่พระชนมพรรษาเวียนไปเสมอเท่ากัน และวันที่พระชนมพรรษามากกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดพระองค์หนึ่งในรัชกาลที่ล่วงไปแล้วด้วย ถือเป็นภาพลักษณ์แสดงวัฒนธรรมที่ดีงามของพระมหากษัตริย์ของชาติไทยในการที่ทรงสร้างแบบอย่างความกตัญญูกตเวทิตา แสดงความเคารพรําลึกถึงบรรพชนปู่ย่าตายายที่ประกอบคุณความดีไว้แก่บ้านเมืองให้ราษฎรยึดถือเป็นแบบแผน