สำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา...เตือนเกษตรกรผู้ปลูกพริก ระวัง !!! เพลี้ยไฟพริก
เพลี้ยไฟพริกเป็นแมลงศัตรูที่มีความสำคัญมากชนิดหนึ่ง มักพบการระบาด ตั้งแต่หลังย้ายปลูก 1 เดือน ส่วนใหญ่เข้าทำลายบริเวณยอด และใบอ่อน ทำให้ยอดหรือใบอ่อนหงิก เมื่อใบพริกแก่จะเห็นเป็นรอยกร้านสีน้ำตาล ส่งผลให้ พริกร่วงไม่ติดผล รูปทรงพริกบิดงอ หากระบาดรุนแรงต้นพริกชะงักการเจริญเติบโตและแห้งตาย
*** ลักษณะการทำลาย
ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเพลี้ยไฟพริกจะดูดกินน้ำเลี้ยง จากยอด ใบอ่อน ตาดอก และดอก ทำให้ใบหรือยอดอ่อนหงิก ขอบใบหงิก หรือม้วนขึ้นด้านบน ถ้าเข้าทำลายระยะพริกออกดอก จะทำให้ดอกพริกร่วงไม่ติดผล การทำลายในระยะผล จะทำให้รูปทรงของผลบิดงอ ถ้าการระบาดรุนแรงพืชจะชะงักการเจริญเติบโต หรือแห้งตายในที่สุด
*** แนวทางการป้องกัน/แก้ไข
1. ไถพรวนดิน เพื่อกำจัดดักแด้
2. หมั่นสำรวจเพลี้ยไฟบริเวณใต้ใบหรือตามส่วนอ่อน ๆ ของพืชถ้าพบเพลี้ยไฟ 5 ตัวขึ้นไปตามส่วนต่าง ๆ ของพืชควรหาวิธีการกำจัด ในขั้นต้นควรให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้พืชขาดน้ำ เพราะจะทำให้ พืชอ่อนแอ และเพลี้ยไฟพริกจะระบาดอย่างรวดเร็ว
3. ใช้เชื้อราบิวเวอเรียฉีดพ่น อัตรา 200 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร
4. ใช้สารฆ่าแมลงที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันกำจัด
แหล่งปลูกใหม่ พ่นด้วยคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือโพรไทโอฟอส 50% อีซี อัตรา 20-30 มล.ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ คาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 20-30 มล.ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นซ้ำตามการระบาด
แหล่งปลูกเดิม พ่นด้วยฟิโพรนิล 5% เอสซี อัตรา 20-30 มล.ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อีมาเมกติน เบนโซเอต 1.92% อีซี อัตรา 20 มล.ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 10% เอสเอล อัตรา 20-40 มล.ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นซ้ำตามการระบาด ขณะพ่นสารควรปรับหัวฉีดให้เป็นฝอยที่สุด และพ่นให้ทั่วตามส่วนต่างๆ ของพืชที่เพลี้ยไฟพริกอาศัยอยู่
กรณีระบาดรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสภาพอากาศแห้งแล้ง ควรใช้ปุ๋ยทางใบเพื่อช่วยให้ต้นพริกฟื้นตัวจากอาการใบหงิกได้ดีและเร็วยิ่งขึ้น
ที่มา : สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร กรมวิชาการเกษตร
ขอรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านท่าน
ที่มา #สำนักงานเกษตรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
เผยแพร่โดย : กฤตยา ส.ปชส.อย.