ครม. อนุมัติปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และน้ำมันอื่นๆ ที่คล้ายกัน ประมาณ 1 บาท/ลิตร ตรึงไม่เกิน 30 บาท/ลิตร เริ่ม 20 ม.ค. ถึง 19 เม.ย. 67
ครม.ไฟเขียว ร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่...) พ.ศ....
ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่...) พ.ศ.... ตามที่กระทรวงการคลัง (กค.) เสนอ มีสาระสำคัญเป็นการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ปรับลดประมาณ 1 บาท/ลิตรเป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่ 20 มกราคม 2567 - 19 เมษายน 2567
ก่อนหน้านี้ กค. (กรมสรรพสามิต) ได้ออกกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 35) พ.ศ. 2566 (ปรับลดประมาณ 2.50 บาท/ลิตร) เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ย. - 1 ธ.ค. 66 ตรึงราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร ครั้งนี้ จึงเห็นควรดำเนินมาตรการทางภาษีต่อเนื่อง โดยการลดอัตราภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันดีเซลและน้ำมันอื่น ๆ ที่คล้ายกัน ร่วมกับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ. 65 - 31 ธ.ค. 66 กระทรวงการคลังดำเนินการมาตรการภาษี โดยออกกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต รวม 8 ฉบับ มีการสูญเสียรายได้รัฐราว 172,000 ล้านบาท
ก.คลัง คาดรัฐสูญเสียรายได้ 6,000 ล้านบาทจากมาตรการ
กระทรวงการคลัง จัดทำประมาณการสูญเสียรายได้และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ พบว่า การดำเนินการตามมาตรการภาษีดังกล่าวทำให้กรมสรรพสามิตจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิตสินค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันลดลงราว 2,000 ล้านบาท/เดือน (คาดการณ์จากสถิติปริมาณการเสียภาษีในปีงบฯ 66) การดำเนินการในครั้งนี้เป็นเวลาประมาณ 3 เดือน คาดว่าจะสูญเสียรายได้ราว 6,000 ล้านบาท แต่จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
จนกระทบค่าครองชีพของประชาชนและภาคธุรกิจ
เปิดโครงสร้างราคาน้ำมัน
1. ต้นทุนเนื้อน้ำมัน (ร้อยละ 40 – 60) คือ ต้นทุนราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ผลิตจากโรงกลั่น ซึ่งอ้างอิงราคาตามตลาดกลางภูมิภาคเอเชีย
2. ภาษีต่างๆ (ร้อยละ 30 – 40) ได้แก่ ภาษีสรรพสามิต ภาษีเทศบาล และภาษีมูลค่าเพิ่ม เพื่อนำมาใช้เป็นงบประมาณในการพัฒนาประเทศ และบำรุงท้องถิ่น โดยภาษีที่จัดเก็บ ได้แก่
• ภาษีสรรพสามิต : จัดเก็บโดยกระทรวงการคลัง ตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต นำมาใช้เพื่อพัฒนาประเทศ
• ภาษีเทศบาล : จัดเก็บโดยกระทรวงการคลัง ในอัตราร้อยละ 10 ของภาษีสรรพสามิต ตาม พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต มาตรา 150 และจัดส่งให้กระทรวงมหาดไทยเพื่อนำมาใช้ในการพัฒนาท้องถิ่น
• ภาษีมูลค่าเพิ่ม : จัดเก็บร้อยละ 7 ของราคาขายส่งน้ำมันเชื้อเพลิง และจัดเก็บอีกร้อยละ 7 ของค่าการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด
3. กองทุนต่างๆ (ร้อยละ 5 – 20) เช่น
• กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง : จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการ บริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไม่ให้เกิดความผันผวน
• กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน : จัดเก็บตามประกาศคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เพื่อส่งเสริมสนับสนุนพลังงานทางเลือก พลังงานทดแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการใช้พลังงาน
4. ค่าการตลาด (ร้อยละ 10 – 18) คือ ส่วนที่เป็นต้นทุน ค่าใช้จ่าย และกำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งระบบ ตั้งแต่การจัดการคลังน้ำมัน การขนส่งน้ำมันมายังสถานีบริการ รวมถึงการให้บริการของสถานีบริการที่เติมน้ำมันแต่ละลิตรให้กับประชาชน
ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ปี 2566
กรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ย
เดือนมกราคม – พฤศจิกายน 2566 อยู่ที่ 152.24 ล้านลิตร/วัน เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ร้อยละ 0.9 มีรายละเอียดการใช้รายประเภท ดังนี้
• น้ำมันกลุ่มเบนซิน เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7
• LPG เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6
• น้ำมันกลุ่มดีเซล ลดลงร้อยละ 5.2
• NGV ลดลงร้อยละ 1.5
พีระพันธุ์ เตรียม “รื้อ ลด ปลด สร้าง ” ราคาพลังงานต้องเป็นธรรม
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงพลังงาน กล่าวถึง แผนการดำเนินงานกระทรวงพลังงานในปี 2567 ภายใต้หัวข้อ “ปีแห่งการขับเคลื่อนพลังงานไทย สู่อนาคตที่ดีกว่า” เตรียมนโยบายสำคัญโดยเฉพาะการ “รื้อ ลด ปลด สร้าง” จะมุ่งแก้ไขระเบียบหรือกฎหมาย เช่น โครงสร้างราคาน้ำมัน รวมทั้งจะมีการปรับโครงสร้างราคาพลังงานครั้งใหญ่ ให้ประชาชนใช้พลังงานในราคาที่เหมาะสม เป็นธรรม สามารถเข้าถึงพลังงานได้อย่างเท่าเทียม
#น้ำมันเชื้อเพลิง #น้ำมันดีเซล #กระทรวงการคลัง #ราคาน้ำมัน #สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา