เกษตรจังหวัด เตือน ระวัง !! เพลี้ยจักจั่นมะม่วงขณะนี้มะม่วงอยู่ในระยะแทงช่อดอกจนถึงระยะพัฒนาผล

เกษตรจังหวัด เตือน ระวัง !! เพลี้ยจักจั่นมะม่วงขณะนี้มะม่วงอยู่ในระยะแทงช่อดอกจนถึงระยะพัฒนาผล ประกอบกับสภาพอากาศในช่วงนี้มีหมอกในตอนเช้า แดดแรงในตอนกลางวัน อากาศเย็นในตอนกลางคืน เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว ซึ่งสภาพดังกล่าวเหมาะต่อการแพร่ระบาดของเพลี้ยจักจั่นมะม่วง* ลักษณะการทำลายตัวอ่อนและตัวเต็มวัยจะดูดน้ำเลี้ยงจากช่อดอก ทำให้ช่อดอกแห้งและดอกร่วง ติดผลน้อยหรือไม่ติดผลระหว่างที่ดูดกินน้ำเลี้ยง เพลี้ยจักจั่นจะถ่ายมูลมีลักษณะเป็นของเหลวเหนียว ๆ คล้ายน้ำหวานเรียกว่า  Honey dew หรือมูลหวานซึ่งเป็นอาหารของราดำ ทำให้เจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็วปกคลุมใบและช่อดอกส่งผลต่อการสังเคราะห์แสงของใบ ใบอ่อนที่ถูกดูดน้ำเลี้ยงจะบิดงอโค้งลงด้านใต้ใบจะมีอาการปลายใบแห้ง พบระบาดอยู่ทั่วไปทุกแห่งที่ปลูกมะม่วง และพบได้ตลอดทั้งปีแต่ปริมาณประชากรของเพลี้ยจักจั่นเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงมะม่วงออกดอก ระหว่างเดือนธันวาคมถุงมกราคม ซึ่งปริมาณแมลงจะสูงขึ้นเรื่อย ๆ จากระยะดอกตูมและมีปริมาณสูงสุดเมื่อดอกใกล้บาน และลดลงเมื่อมะม่วงเริ่มติดผล * วงจรชีวิตตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่เป็นฟองงเดี่ยว ๆ รูปร่างยาวรี สีเหลืองอ่อน ตามแกนกลางใบอ่อนหรือก้านดอกปรากฏเป็นรอยแผลเล็ก ๆ  คล้ายรอยมีดกรีด ภายหลังจากการวางไข่แล้วประมาณ 1 - 2 วัน จะเห็นยางสีขาวของมะม่วงไหลหยดออกมาให้เห็น ระยะไข่ 7 - 10 วัน เมื่อไข่ฟักเป็นตัวอ่อนจะเริ่มดูดกินน้้ำเลี้ยงจากช่อดอกและใบ ระยะตัวอ่อน 17 - 19 วัน

* การป้องกันกำจัด

 1. ตัดแต่งกิ่งภายหลังเก็บผลผลิต ช่วยลดที่หลบซ่อน

ของเพลี้ยจักจั่นมะม่วง ทำให้การพ่นสารฆ่าแมลงมีประสิทธิภาพดีขึ้น

 2. ใช้กับดักแสงไฟ ดักตัวเต็มวัยที่บินมาเล่นไฟ

 3. พ่นด้วยสารกำจัดแมลง ได้แก่ 

      - ฟลูราดิฟูโรน 20% SL อัตรา 30 มล.

      - ไดโนทีฟูแรน 10% SL อัตรา 10 มล. 

      - แลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% EC อัตรา 20 มล.

      - อิมิดาโคลพริด 70% WG อัตรา 5 กรัม

      - ไพมีโทรซีน 50% WG อัตรา 20 กรัม

      - บูโพรเฟซิน 40% SC อัตรา 10 มล.

      - ฟลอนิคามิค 50% WG อัตรา 4 กรัม

      - ไทอะมีทอกแซม 25% WG อัตรา 2.5 กรัม

       - อะซีทามิพริด 20% SP อัตรา 3 กรัม

     โดยเลือกสารชนิดใดชนิดหนึ่งผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นให้ทั่ว 

เมื่อสำรวจพบเพลี้ยจักจั่นมะม่วงมากกว่า 4 ตัวต่อช่อดอก และพ่นซ้ำตามความจำเป็น การพ่นสารให้มีประสิทธิภาพควรพ่นให้ทั่วลำต้น 

เพื่อป้องกันตัวเต็มวัยเคลื่อนย้ายไปหลบซ่อนบริเวณที่พ่นสารไม่ถึง

         4. ใช้น้ำฉีดล้างช่อดอกและใบ เพื่อช่วยแก้ปัญหาช่อดอก

และใบจากโรคราดำ ถ้าแรงอัดฉีดของน้ำแรงพอก็ช่วยให้เพลี้ยจักจั่นมะม่วงในระยะตัวอ่อนกระเด็นออกจากช่อดอกได้ ต้องระมัดระวังอย่าให้กระแทกดอกมะม่วงแรงเกินไป เพราะอาจทำให้ดอกหรือผล

ที่เริ่มติดร่วงได้

ข่าว : สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ที่มา : กรมวิชาการเกษตร

ขอรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ : สำนักงานเกษตรอำเภอหรือสำนักงานเกษตรจังหวัดใกล้บ้านท่าน


image รูปภาพ

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
แสดงความคิดเห็น
image
ความคิดเห็น
บทความที่น่าสนใจ